โครงงานวิทยาศาสตร์ ม.ปลาย ปี 2569

การสังเคราะห์ไคโตซานจาก ปูนา สำหรับพัฒนาพลาสติกชีวภาพ

The Synthesis of Chitosan from Field Crabs for Bioplastic Development

ดูรายละเอียดโครงงาน

คณะผู้จัดทำ

ทิพมนต์ ปัญญาละ • กานต์ธิดา เท่าแสน • สหสวรรษ ติตะปิ้น

อาจารย์ที่ปรึกษา & สถานศึกษา

อ.อาพินันท์ วรธิพรหมมา, อ.กฤษณดนัย อุทัยสา

รร.เมืองมหาวิชานุกูล จ.มหาสารคาม

ที่มาและความสำคัญ

ขยะพลาสติกสังเคราะห์ เป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมระดับโลก เนื่องจากย่อยสลายตามธรรมชาติได้ช้านับร้อยปี ก่อให้เกิดมลพิษดิน น้ำ และปัญหาไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร

โครงงานนี้จึงมุ่งนำ เปลือกปูนา ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่อุดมด้วยสารไคติน มาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการสกัดเป็นไคโตซาน เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ที่ย่อยสลายได้ 100%

"เปลี่ยนขยะเหลือทิ้ง ให้เป็นวัสดุทดแทนรักษ์โลก พร้อมค้นหาสูตรที่ดีที่สุดเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานจริง"

จากเปลือกปูนา
สู่พลาสติกชีวภาพ

วัตถุประสงค์ของโครงงาน

หาสารสกัดที่เหมาะสม

เพื่อหากรดที่เหมาะสมที่สุดในการสกัดและสังเคราะห์ไคโตซานจากเปลือกปูนา

หาสารเชื่อมผสาน

เพื่อค้นหาสารเชื่อมผสาน (Binder) ที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาขึ้นรูปเป็นแผ่นฟิล์มพลาสติกชีวภาพ

ทดสอบประสิทธิภาพ

เพื่อหาประสิทธิภาพของพลาสติกชีวภาพที่ได้ เปรียบเทียบกับพลาสติกตามท้องตลาด

ขั้นตอนการทดลอง

กระบวนการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก เพื่อให้ได้พลาสติกชีวภาพที่มีคุณภาพ

1

เปรียบเทียบชนิดกรดในการสกัด

นำเปลือกปูนาบดหยาบ 10g แช่ในกรด HCl และกรดแอซิติก (CH3COOH) ความเข้มข้นร้อยละ 5 นาน 24 ชม. จากนั้นแช่ด่าง NaOH 1 M ตากแห้ง และวัดร้อยละผลได้ของไคโตซาน

2

หาสารเชื่อมผสานที่เหมาะสม

นำไคโตซานผสมกับกลีเซอรอล 3 สูตร คือ ผสมน้ำ, ผสมแป้งมัน, และผสมแป้งข้าวโพด เพื่อขึ้นรูปเป็นแผ่นฟิล์ม ทดสอบความสามารถยืดออกด้วยน้ำหนัก 10 กรัม

3

ทดสอบประสิทธิภาพเปรียบเทียบ

นำพลาสติกชีวภาพที่ได้ เปรียบเทียบกับพลาสติกห่ออาหารและพลาสติกหิ้วในท้องตลาด ในด้านการยืดตัว การละลายน้ำ และการย่อยสลายทางชีวภาพ (ฝังดิน 2 เดือน)

ผลการทดลองสำคัญ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเปรียบเทียบและทดสอบประสิทธิภาพ

10.24%

ร้อยละผลได้ไคโตซานจากกรดแอซิติก

ให้ผลดีกว่ากรด HCl (ที่ได้เพียง 8.66%) และใช้น้ำชะล้างน้อยกว่า

กลีเซอรอล + แป้งมัน

สูตรสารเชื่อมผสานที่เหมาะสมที่สุด

ทำให้พลาสติกมีความยืดหยุ่นดีที่สุด ไม่เปราะแตก

ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพพลาสติก

ตัวชี้วัด พลาสติกชีวภาพ (ปูนา) พลาสติกห่ออาหาร พลาสติกหิ้ว
ระยะการยืดตัว (ซม.) 1.23 4.22 0.34
การละลายน้ำ ละลายภายใน 30 นาที ไม่ละลาย ไม่ละลาย
การย่อยสลาย (ฝังดิน 2 เดือน) ย่อยสลายได้ ไม่ย่อยสลาย ไม่ย่อยสลาย

สรุปผลการทดลอง

กรดแอซิติก ให้ร้อยละผลได้ไคโตซานสูงกว่าและใช้น้ำชะล้างน้อยกว่า พลาสติกชีวภาพที่พัฒนาได้จากสูตร (ไคโตซาน + กลีเซอรอล + แป้งมัน) มีความยืดหยุ่น สามารถย่อยสลายในดินได้ภายใน 2 เดือน และละลายน้ำได้ภายใน 30 นาที

แสดงให้เห็นว่า "เปลือกปูนา" สามารถนำมาพัฒนาเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้จริงและมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะ

  • ประยุกต์ใช้เป็นพลาสติกห่ออาหารหรือถุงสำหรับใส่ของขนาดเบา
  • ในการศึกษาครั้งถัดไป ควรปรับสูตรเพื่อให้พลาสติกทนน้ำได้นานขึ้น
  • ควรมีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและครอบคลุม
  • ขยายขนาดการผลิต (Scale up) และทดลองนำปูนาจากพื้นที่หรือแหล่งอื่นมาเปรียบเทียบ