โรงเรียนเมืองมหาวิชานุกูล จังหวัดมหาสารคาม
อ่านโครงงานในปัจจุบันนักเรียนมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ส่งผลให้สมรรถภาพทางกายด้านความเร็วและการทรงตัวลดลง
High-Intensity Interval Training เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่สลับกันระหว่างช่วงที่ออกแรงอย่างหนัก กับช่วงพักฟื้นร่างกาย ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายทำงานอย่างเต็มที่และพัฒนาสมรรถภาพได้ในระยะเวลาสั้น จึงนำมาใช้เป็นโปรแกรมเพื่อส่งเสริมความเร็วและการทรงตัว
เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการฝึกแบบ HIIT ที่มีต่อการพัฒนาความเร็ว
เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการฝึกแบบ HIIT ที่มีต่อการพัฒนาการทรงตัว
เพื่อเปรียบเทียบความเร็วและการทรงตัวของนักเรียน ก่อนและหลังการฝึก
1. หลังการฝึก นักเรียนจะใช้เวลาน้อยลงในการทดสอบวิ่ง 50 เมตร (ความเร็วดีขึ้น)
2. หลังการฝึก นักเรียนจะสามารถรักษาการทรงตัวได้มั่นคงหรือยาวนานขึ้น
นักเรียนชั้น ม.4 - ม.6 จำนวน 30 คน
นักเรียนชั้น ม.4 - ม.6 จำนวน 17 คน
(เลือกแบบเจาะจง)
วัดส่วนสูง น้ำหนัก, วิ่งสปรินต์ 50 เมตร, ทดสอบการทรงตัว และบันทึกผล
ดำเนินการฝึกตามโปรแกรมการฝึกแบบ HIIT (ใช้เวลา 4 สัปดาห์)
วิ่งสปรินต์ 50 เมตร, ทดสอบการทรงตัว และบันทึกผลเพื่อเปรียบเทียบ
อุปกรณ์ที่ใช้: นกหวีด, ลำโพงบลูทูธ, แอปจับเวลา, กรวยยาง, เบาะรอง, นาฬิกาจับเวลา, สายวัด, เทปกาว, แป้งฝุ่น, แบบบันทึก, อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ทำแต่ละท่า 45 วินาที / พัก 15 วินาที • พักระหว่างรอบ 2 นาที • ทำซ้ำทั้งหมด 4 รอบ
(กระโดดตบ)
ใช้แรงกระโดดและกางแขน - ขา เร็วๆ
(สควอท)
ย่อตัวลงเหมือนนั่งเก้าอี้ หลังตรง
(เมาท์เทนไคลม์เบอร์)
อยู่ในท่าแพลงก์ แล้วดึงเข่าสลับ ซ้าย-ขวา เข้าหาอก
(วิ่งยกเข่าสูง)
วิ่งย่ำเท้าอยู่กับที่ ยกเข่าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภาพบรรยากาศการทำกิจกรรม (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)
ข้อมูลลักษณะทางกายภาพพื้นฐานกลุ่มตัวอย่าง: อายุเฉลี่ย 16.94 ปี | น้ำหนักเฉลี่ย 56.82 กก. | ส่วนสูงเฉลี่ย 164.18 ซม.
หลังจากการฝึกโปรแกรม HIIT นักเรียนสามารถทำเวลาในการวิ่งสปรินต์ 50 เมตร ได้ดีขึ้น โดยใช้เวลาน้อยลง
ก่อนฝึก
10.76 วิ
หลังฝึก
9.52 วิ
เวลาลดลงเฉลี่ย
ประสิทธิภาพความเร็วเพิ่มขึ้น
| ทิศทาง | ก่อนฝึก (ซม.) | หลังฝึก (ซม.) | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| ด้านหน้า | 87.52 | 91.59 | +3.94 |
| หลังเข้าด้านใน | 90.70 | 94.00 | +3.18 |
| หลังออกด้านนอก | 99.58 | 101.41 | +2.65 |
| ทิศทาง | ก่อนฝึก | หลังฝึก | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| ด้านหน้า | 81.76 | 89.41 | +3.47 |
| หลังเข้าด้านใน | 96.29 | 107.06 | +2.65 |
| หลังออกด้านนอก | 85.76 | 95.06 | +3.74 |
เวลาวิ่ง 50 เมตร ดีขึ้นเฉลี่ย 1.19 วินาที
เพิ่มขึ้นทุกทิศทาง เฉลี่ย 2.65 - 3.94 ซม.
เพิ่มขึ้นทุกทิศทาง เฉลี่ย 2.65 - 3.74 ซม.
การฝึกแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงสลับกับช่วงพัก ทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวทั้งด้านระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้สามารถสร้างแรงได้รวดเร็วขึ้น และการทรงตัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ควรเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างและขยายการศึกษาไปยังนักเรียนในระดับชั้นหรือช่วงวัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผลการศึกษามีความน่าเชื่อถือและสามารถอ้างอิงได้กว้างขึ้น
ควรเพิ่มระยะเวลาการฝึกจาก 4 สัปดาห์ เป็น 8-12 สัปดาห์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกในระยะยาว
ควรศึกษาองค์ประกอบอื่นที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาความเร็ว เช่น เพศ อายุ ภาวะโภชนาการ การพักผ่อน และระดับกิจกรรมภายในชีวิตประจำวัน